Translate

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566

"BUSHIDO" บูชิโด...วิถีแห่งนักรบ...จิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น

 "BUSHIDO" บูชิโด...วิถีแห่งนักรบ



ในหลายๆปีมานี้ภาพของเยาวชนไทยบางส่วน 

ที่เราเห็นตามสื่อต่างๆมักจะไม่พ้นเรื่องหลักๆ คือ


- การขาดความสนใจในเรื่องของส่วนรวม มักสนใจแต่เรื่องของตนเอง

- การขาดแรงบันดาลใจในชีวิต ขาดสำนึกทางสังคม และจริยธรรม

- ครอบครัวจำนวนไม่น้อย ขาดความรู้ความเข้าใจปัญหาของบุตรหลานที่เป็นเยาวชน

- การไม่เข้าใจของครอบครัว ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ ที่จะสอนบุตรหลาน 

  ทำให้เยาวชน มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร


ผลที่ตามมาก็คือ คนรุ่นใหม่บางส่วน

มักไม่มีจุดหมายในการขับเคลื่อนสังคม

ขาดแรงกระตุ้นในใจที่จะทำเพื่อผู้อื่น

และภายใต้บรรยากาศ ที่ปลุกระดมลัทธิสุขนิยม ฟุ้งเฟ้อ 

ให้คนมุ่งเสพความสนุกสำราญ 

มุ่งจะหาเงินแบบรวยทางลัด ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยทำงาน เช่น

เล่นหวย เล่นการพนัน ฯลฯ

นับวันคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่ง 

ก็จะยิ่งเหินห่างออกจากวิถีแห่งคุณธรรม และมโนธรรม มากยิ่งขึ้นไปทุกที 

และใช้ชีวิตแบบไร้สาระ ใช้ชีวิตตามอารมณ์พาไปมากยิ่งขึ้นทุกที

เราจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ

และเสริมสร้างพลังชีวิตให้แก่คนรุ่นใหม่ ได้อย่างไร?


ยามาโมโตะ โญโจ (ค.ศ. 1659-1719)

ผู้เขียนหนังสือ "ฮะงะคุเระ" (บันทึกข้อความของฮะงะคุเระ)

เป็นหนังสือบันทึกถ้อยคำของ ยามาโมโตะ โญโจ


ยามาโมโตะ โญโจ(ค.ศ. 1659-1719) ผู้เขียนหนังสือ "ฮะงะคุเระ"

ก็ได้ถ่ายทอดปรัชญานักรบ

ในสังคมตะวันออกที่ให้คุณค่ากับนักปราชญ์ นักบวช และนักรบ

ปรัชญาที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อสังคมญี่ปุ่นในยุคต่อมาเป็นอย่างมาก

ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในนามของ "วิถีบูชิโด"


ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และ มหาภัยคลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น เสียยับเยิน 

เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ ถ้าหากเรายังไม่ลืมภาพ ที่คนญี่ปุ่นแสดงให้เราเห็น

ทั้งจากภาพถ่ายและภาพข่าวทางโทรทัศน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ

สิ่งที่เราได้เห็นกันก็คือ ชาวญี่ปุ่นไม่มีอาการตื่นตระหนก 

ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการโทษโน่นโทษนี่ หรือโทษใครๆ

ไม่มีการเสียขวัญเสียกำลังใจ ไม่มีความวุ่นวายจราจล รู้หน้าที่ ที่จะต้องทำ

ในภาพหรือในข่าว เรายังได้เห็นการต่อคิวเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ของคนญี่ปุ่น

เพื่อซื้อของ หรือ รอรับการบริจาค

เราเห็นความเอื้ออาทรกันไปทั่ว ทุกๆคนมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อวันรุ่งขึ้นที่ดีกว่า

และเพื่อนำพาชาติให้พ้นวิกฤติ กลับมายืนขึ้นอีกครั้งอย่างเข้มแข็ง

คนญี่ปุ่นได้เห็นการแสดงออกถึง ความมีระเบียบวินัยอย่างยิ่งยวด

ความเข้มแข็ง และความสามัคคี การคิดถึงส่วนรวม

ไม่ใช่ว่าชาวญี่ปุ่นจะไม่เสียขวัญ ไม่มีน้ำตา ไม่อ่อนแอ

เพียงแต่ชาวญี่ปุ่น จะเก็บมันเอาไว้ไม่แสดงออกมา 

มีความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับปัญหา และกอบกู้ภาวะวิกฤติอย่างมีสติ


เพราะอะไร ถึงทำให้คนญี่ปุ่นเป็นเช่นนั้น ?


บูชิโด


"บูชิโด" ซึ่งแปลได้ว่าว่า "วิถีแห่งนักรบ" หรือ "วิธีการของนักรบ"

เป็นหลักการที่พัฒนาขึ้นในญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ ๙-๑๒ สมัยเฮอัน

Bushidō เป็นจรรยาบรรณที่เข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่า ซามูไรนักรบ

Bushidō เรียกร้องให้ชีวิตของพวกเขา มีความจงรักภักดี และมีเกียรติไปจนวันตาย

"บูชิโด" เป็นแนวในการปฏิบัติตน เป็นกฎของ ซามูไร

หลักคำสอนของบูชิโด ยังสามารถพบได้ในวันนี้

ทั้งในชืวิตประจำวัน และ ในศิลปะสมัยใหม่ของญี่ปุ่น



 บุชิโด (Bushidō, : 武士道, หมายถึง "วิถีนักรบ")


เป็นคำภาษาญี่ปุ่นใช้อธิบาย จรรยาบรรณแบบญี่ปุ่น และวิถีชีวิตซามูไร

ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับมโนทัศน์วีรคติของยุโรปอยู่บ้าง

บุชิโด ถือกำเนิดขึ้นจากประมวลศีลธรรมซามูไร

ถือเป็นหลักการแนวคืด และแนวปฏิบัติของซามูไรนักรบ

บูชิโดมาจาก หลักศีลธรรมของซามูไรที่ยึดในหลัก ความจงรักภักดี 

การเสียสละ ,มีความละอาย ความมีมารยาท ,ความอ่อนน้อม ,เกียรติยศ,ความรักผูกพัน

เน้นความมัธยัสถ์ ความภักดี ความชำนาญในศิลปะป้องกันตัว

และรักษาไว้ซึ่งเกียรติกระทั่งตาย (honor unto death)



บูชิโดเกิดจากลัทธิขงจื๊อใหม่ระหว่างช่วงสันติภาพแห่ง รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ


และนอกจากลัทธิขงจื๊อ บูชิโดก็ยังได้รับอิทธิพลจาก ศาสนาชินโต และพุทธศาสนานิกายเซน

ซึ่งเปิดให้การดำรงอยู่ของซะมุไรให้เติมด้วยปัญญาและความสงบเยือกเย็น

บุชิโดพัฒนาขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 9 ถึง 12

และเอกสารแปลหลายฉบับในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง 16

แสดงอิทธิพลของบุชิโดที่มีอย่างกว้างขวางทั่วญี่ปุ่น

แม้นักวิชาการบางคนได้แสดงความเห็นว่า 

"คำว่า บูชิโด ด้วยตัวมันเองนั้นมีอยู่น้อยมากในวรรณกรรมก่อนสมัยใหม่"

จนถึงยุค Sengoku ช่วงปลายของยุค Muromachi (1336-1573)

ภายใต้รัฐบาลโชกุน โทะกุงะวะ

แง่มุมของบุชิโดได้ถูกจัดให้เป็นระเบียบแบบแผนเป็นกฎหมายศักดินาญี่ปุ่น


จากพจนานุกรมญี่ปุ่น โชกาคุคัน โคะคุโกะ ไดจิเต็ง (Shogakukan Kokugo Daijiten)

“บูชิโดคือหลักจิตวิทยาที่แพร่หลายในชนชั้นนักรบ ตั้งแต่สมัยมุโรมาจิ (ชูเซย์)”

และในหนังสือ บูชิโด : จิตวิญญาณของญี่ปุ่น (Bushido : The Soul of Japan)

ของ ดร.นิโตเบ อินาโซะ

ให้ความหมายว่า “บูชิโด“ คือหลักปฏิบัติสำคัญซึ่งซามูไรยึดถือ

หลักของบูชิโดนั้นสอนให้ยึดมั่นต่อความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่

และจงรักภักดีต่อเจ้านาย มีความสมถะ อ่อนน้อม รักศักดิ์ศรี

ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย ซึ่งผู้ยึดถือลัทธิบูชิโดถือว่า ความตายนั้น เป็นสิ่งที่เบางบางกว่าขนนก

และความตาย จะนำมาซึ่งเกียรติแห่งนักรบ

ความอัปยศของซามูไรนั้นสามารถที่จะลบล้างได้

โดยพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า “ฮาราคีรี” หรือการคว้านท้อง นั่นเอง



ซามูไรยังยึดถือว่า ความมั่งคั่งและอำนาจ นั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของนักรบ


ดังคำบัญญัติในบทหนึ่งของบูชิโดที่ว่า “ไซตาคุวา เตกิ ดา”

ทำให้นักรบซามูไร ได้รับความยอมรับนับถือ มากกว่าขุนนางในสมัยนั้นเสียอีก

แต่นักรบซามูไร ก็ไม่เคยคิด ที่จะแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตน



 บูชิโด มาจากคำว่า “บูชิ” ที่แปลว่านักรบ และ “โด” ที่แปลว่าวิถีทาง


เป็นหลักปฏิบัติของนักรบ เมื่อสมัยที่ญี่ปุ่นอยู่ในยุคศักดินา

มีไดเมียว หรือ โกเคะนิน (Gokenin) เป็นเจ้าผู้ครองแคว้น 

และมีนักรบผู้ยึดถือหลักปฏิบัตินี้คอยรับใช้

เรียกกันว่า ซาบุราฮิ (Saburahi) ที่แปลว่า “เพื่อรับใช้”

ก่อนจะกลายเป็นคำเรียกที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม “ซามูไร” (Samurai)

หลักบูชิโด นี้มิได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

หรือบอกกล่าวกันอย่างเป็นทางการแต่เป็นการปลูกฝังลงในจิตสำนึกผ่านการดำเนินชีวิต

จากรุ่นสู่รุ่น ยาวนานนับพันปี

ทำให้บูชิโดเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นไปโดยปริยาย



Bushidō มีหลักแห่งคุณธรรม จาก 5 แหล่งที่มาคือ :


Taoism
เต๋า (Taoism : 道教)

เป็นล้ทธิ หรือศาสนาที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติ

โดยคำว่า เต๋า แปลว่า "มรรค" หรือ "หนทาง"

เต๋าพัฒนามาจาก ปรัชญาบนพื้นฐานของงานเขียนของ เล่าจื๊อ (老子; Lao Tzu)

ที่ได้เขียนข้อความสื่อถึง "เต๋า" ไว้ในชื่อคัมภีร์ชื่อ "เต้าเต๋อจิง" (道德經 Dàodéjīng)

จุดมุ่งหมายพื้นฐานของลัทธิเต๋า คือ

การประสานสองสิ่ง ของธรรมชาติที่เป็นของคู่ตรงข้ามกัน ที่เรียกว่า

ยิน (陰 yīn) -พลังลบ มีลักษณะสีดำ

และ หยาง (陽 yáng) -พลังบวกมีลักษณะสีแดง เป็นพลังเพศชาย



ZEN
เซน (禅, ぜん ;  Zen )

เป็นนิกายในศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน

นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี)

คำว่า เซน เป็นชื่อภาษาญี่ปุ่นของคำว่า ฉาน (จีน: 禅, Chán แต้จิ๋วออกเสีงว่า เซี้ยง) ในภาษาจีน

ที่มาจากคำว่า ธฺยาน ในภาษาสันสกฤตอีกทอดหนึ่ง (ตรงกับคำว่า ฌาน ในภาษาบาลี)

ซึ่งหมายถึง การเพ่งอารมณ์จนใจแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิ มีจิตที่สงบและประณีต



เซน มีต้นกำเนิดจากประเทศอินเดีย พัฒนาที่ประเทศจีน


ก่อนที่จะถูกเผยแพร่มาสู่เกาหลีและเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น 

โดยได้รับอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า

ในช่วงระหว่างที่เผยแผ่มาสู่ญี่ปุ่น การฝึกตนของนิกายเซน เน้นที่การนั่งสมาธิเพื่อการรู้แจ้ง

ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 เซนยังได้เป็นปรัชญาในการดำรงชีวิต และรู้จักกันทั่วโลก

โดยแสดงถึงแนวทางการใช้ชีวิต การทำงาน และศิลปะ

เซนยึดถือหลักปฏิบัติธรรมตามหลักของพระพุทธเจ้า 

ตามหลักของการฝึกสติ อริยสัจ 4 และมรรค 8 

เซน ได้รับการยอมรับจากบุคคลที่ไม่ใช่พุทธศาสนิกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลนอกทวีปเอเชีย ที่สนใจในเซนสามารถศึกษาและปฏิบัติธรรมได้

และได้เกิดนิกายสายย่อยออกมาที่เรียกว่า คริสเตียนเซน

วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดี

ได้แฝงเอาพุทธปรัชญา แบบเซนไว้อย่างแนบแน่น เช่น 

พิธีชงชา อิเคบานะ (การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น)

วิถีซามุไร คิวโด(การยิงธนูแบบญี่ปุ่น) 

แม้แต่แนวทางการเล่นโกะหรือหมากล้อมแบบญี่ปุ่น เป็นต้น



BUDDHIST
พุทธศาสนา (บาลี: buddhasāsana)

ศาสนาพุทธ และนิกายเซน ซึ่งสอนให้เข้าใจในกฎของธรรมชาติ

พุทธศาสนาทำให้ซามูไรนักรบ มีความอดทนอบ่างเต็มรูปแบบ

จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตของเขา


ยอมรับว่าความตายไม่อาจหยุดยั้ง และมองความเป็นจริง

และการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยเฉพาะซามูไรที่ยึดถือ

บูชิโดจึงไม่เกรงกลัวอันตรายและความตาย

พระพุทธศาสนา ได้ให้วิธีการของการทำสมาธิ

ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Bushido



SHINTO
ศาสนาชินโต (神道 : shintō)

ศาสนาชินโตเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความรักสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด

ชินโตสร้างความจงรักภักดีและความรักชาติให้แก่บูชิโด

ชินโตบูชาบรรพบุรุษและนับถือจักรพรรดิดุจเทพเจ้า

ซามูไรจึงจงรักภักดีต่อจักรพรรดิและเจ้านาย

ชินโตเชื่อว่าแผ่นดินญี่ปุ่นเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

และที่สถิตของเทพและวิญญาณของบรรพบุรุษ

ซามูไรจึงมีความรักชาติและศรัทธาที่จะปกป้องแผ่นดิน



ชินโต (ญี่ปุ่น: 神道 shintō) เป็นลัทธิตามความเชื่อเดิมของชาวญี่ปุ่น


คำว่า ชินโต มาจากตัวอักษรจีน หรือคันจิ 2 ตัวรวมกัน คือ

ชิน (ญี่ปุ่น: 神 shin, kami)หมายถึงเทพเจ้า (ภาษาจีน: 神, พินอิน: shén, เสิน)

และ โต (ญี่ปุ่น: 道 tō, do) หมายถึงวิถีทางหรือศาสตร์วิชา 

(ภาษาจีน: 道, พินอิน: dào, เต้า) หรือ เต๋า ในลัทธิเต๋านั่นเอง

เมื่อรวมกันแล้ว จะหมายถึง

ศาสตร์แห่งเทพเจ้า หรือวิถีแห่งเทพเจ้า (ญี่ปุ่น: かみのみち kami no michi) นั่นเอง



Confucius
ขงจื้อ ( 孔子 )

ขงจื้อ สอนให้เชื่อในโลกของมนุษย์ สิ่งรอบๆตัว และ ครอบครัว

โดยเน้นคุณธรรมความสัมพันธ์ ๕ ประการ

ระหว่าง เจ้านายกับลูกน้อง พ่อกับลูก สามีกับภรรยา พี่กับน้อง และเพื่อนกับเพื่อน

ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ซามูไรยึดถือ

ขงจื๊อซึ่งเป็นนักคิดและนักปรัชญาสังคมที่มีชื่อเสียงชาวจีน

เป็นผู้ที่มีอิทธิพล ลึกลงไปในสังคมเอเชียตะวันออก

ได้วางรากฐานไว้ ได้แก่ 

วัฒนธรรม ความประพฤติ ความจงรักภักดี และ ความซื่อสัตย์

คุณธรรมในการปฏิบัติ คือ "ความเป็นธรรม" และ "เมตตา"


............................................



นอกจากคุณธรรม และสิ่งต่างๆ ดังข้างต้นแล้ว


บูชิโดยังประกอบไปด้วยหลักความยุติธรรม 

ความจริงใจ ซื่อสัตย์สุจริต และการควบคุมตนเอง

ความยุติธรรม ถือเป็นหลักการสำคัญอันหนึ่งของซามูไร

ซามูไรเชื่อว่าความจริงใจและความซื่อสัตย์ทำให้ ชีวิตมีคุณค่า

มีคำพูดที่ว่า "บูชิ โนะ อิชิกง" แปลว่า "วาจาของซามูไร" มีความหมายถึง 

ความเชื่อใจและความจริงใจ

ซามูไรจึงมีสัจจะวาจาเป็นศักดิ์ศรีแห่งตน 

ซามูไรต้องควบคุมตัวเองไม่อ่อนไหว ไม่แสดงอาการไม่ว่าเจ็บหรือยินดี

ไม่บ่นไม่ร้องไห้ ต้องสงบนิ่งทั้งการกระทำและจิตใจ



ซึ่งถ้าหากสรุปแล้วบูชิโดมีคุณสมบัติที่สำคัญ 7 ประการคือ



1. 义- Gi - ความถูกต้อง ,ความยุติธรรม

เป็นคนซื่อสัตย์กับทุกคน ปกป้องความยุติธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต


2. 勇- Yuu - ความกล้าหาญ

ไม่เคยกลัวที่จะกระทำ แต่ทำด้วยความฉลาด

แทนที่ความกลัวด้วยความเคารพ และความระมัดระวัง


3. 仁- จิน - เมตตากรุณา

ทุกการกระทำควรจะเป็นเพื่อประโยชน์ของทุกคน มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 


4. 礼- Rei - ความนับถือซึ่งกันและกัน

เป็นคนสุภาพแม้กระทั่งศัตรู ซามูไรได้รับการเคารพไม่ใช่เพียงแต่สำหรับความกล้าหาญในการต่อสู้

แต่รวมถึงวิธีที่พวกเขาปฏิบัติต่อคนอื่น ๆ

ความเข้มแข็ง ของซามูไรที่แท้ จะเห็นได้ชัดในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก


5. 诚- มาโกโตะ - ความซื่อสัตย์,ความซื่อตรง

ทุกคำสัญญา มีความเป็นจริง


6. 名誉「名誉- Meiyo - เกียรติยศ ,ความมีเกียรติ

ตัดสินเกียรติโดยตนเอง ไม่มีใครสามารถซ่อนตัวตนจากตัวเองได้


7. 忠义- Chuugi - ความจงรักภักดี




นอกเหนือจาก 7 ข้อนี้แล้ว บางครั้งยังมีเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ ได้แก่


1. ความกตัญญู ( 孝 kō ) ความศรัทธาอย่างแรงกล้าในครอบครัว และเผ่าพันธุ์

2. ปัญญา ( 智 chi ) ความมีสติปัญญาเฉียบแหลม

3. การดูแลผู้สูงอายุ( 悌 tei ) ดูแลสุขภาพของตนเอง




ในสมัยปฏิรูปของจักรพรรดิเมจิ นักรบซามูไรเริ่มสลายตัว

โดยซามูไรคนสุดท้ายที่เป็นที่ยอมรับ คือ 

ไซโง ทะกะโมะริ (西郷 隆盛 さいごう たかもり Saigō Takamori )



แม้นักรบซามูไรจะหายไป แต่ปรัชญาบูชิโดยังคงดำรงอยู่ในสังคมญี่ปุ่น อย่างฝังรากลึก

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นพ่ายแพ้ และล่มสลาย

ได้เกิดนักรบบูชิโดยุคใหม่ คือ นักรบทางธุรกิจ

ที่ยึดถือในวิถีบูชิโด และทำงานให้บริษัทอย่างจงรักภักดี

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เราจะไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่นเอาเวลางานไปทำสิ่งอื่น

แต่กลับทำงานหามรุ่งหามค่ำถึงห้าทุ่มเที่ยงคืน จนเป็นปกติ

นักรบทางธุรกิจเหล่านี้ จะยึดถือในศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์อย่างที่สุด

สิ่งนี้เองที่ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเจริญรุ่งเรือง

ทำให้ญี่ปุ่นกลับมาผงาดอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีอีกครั้ง

หลังจากประเทศบอบช้ำมาจากสงครามโลก



บูชิโด ยังได้ฝังรากเข้าไป ในระบบการศึกษาของญี่ปุ่น

เด็กๆชาวญี่ปุ่นจะถูกฝึก ให้มีระเบียบวินัยตั้งแต่ยังเล็ก 

สอนให้เคารพต่อสังคม เคารพต่อตนเอง

และมีการทำงานเป็นกลุ่ม มีการสร้างแรงจูงใจให้อยู่รวมเป็นกลุ่ม

ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังความสามัคคี และความเสียสละ ให้กับเด็กๆ


การศึกษาของญี่ปุ่นเน้นหนักในเรื่องความขยัน การตำหนิตนเองหากกระทำผิด

การศึกษาของญี่ปุ่นได้สอนทัศนคติ คุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียน

โดยทั้งทางตรงและทางอ้อม

เพื่อที่จะพัฒนาอุปนิสัยและมีเป้าหมายในการสร้างประชากรที่มีความสามารถ และมีคุณภาพ

สังคมญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก

และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย ความสำเร็จทางการศึกษา

เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จในงานและในสังคม



ดังมีสุภาษิตของคนญี่ปุ่นที่ว่า 

"เมื่อได้สอบถามหนทางในตอนเช้า ตอนเย็นจะตายก็ไม่เป็นไร"


ซึ่งการสอบถามหนทาง ก็คือการศึกษาหาความรู้นั่นเอง



ถึงแม้ว่า โลกในปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายจากอดีต


แต่ลัทธิบูชิโดนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

เป็นประเพณี และธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็น เอกลักษณ์ของคนญี่ปุ่น ไปแล้ว

การรักษาความเป็นชาติ ไม่ละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม

มีความนับถือซึ่งกันและกัน ให้เกียรติตนเองและผู้อื่น

เป็นส่วนหนึ่งกับ ธรรมชาติ และจริงจัง

และไม่ว่าจะมีหน้าที่อะไร ก็จะทุ่มเทให้กับงานในหน้าที่ 

ที่ตนเองต้องรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด

บูชิโด...วิถีแห่งนักรบ...จิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น

คือสิ่งที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นเข้มแข็ง และได้แสดงออกให้ชาวโลกได้เห็น

ว่าในยามที่ต้องประสบกับพิบัติภัยอย่างร้ายแรงเช่นนี้ คนญี่ปุ่นนั้นเข้มแข็งเพียงไร

  




เมื่อหันกลับมามอง สังคมในประเทศของเรา

เราจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และเสริมสร้างพลังชีวิตให้แก่คนของเรา ได้อย่างไร?





ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก :

http://en.wikipedia.org/wiki/Bushido

http://th.wikipedia.org/wiki/นิกายเซน

http://th.wikipedia.org/wiki/ชินโต

http://th.wikipedia.org/wiki/ลัทธิขงจื๊อ


และขอบคุณข้อมูลอ้างอิงบางส่วน จาก :

วรรณกรรมเรื่องมูซาชิ โดย โยชิคาว่า เอฌิ : แปลโดย สุวินัย ภรณวลัย



บูชิโด จิตวิญญาณคนญี่ปุ่น โดย : คุณ Skyforce 

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2011/03/X10345904/X10345904.html